ตำรวจหิ้วคุณยายหนีไฟไหม้ แต่กลับทิ้งไว้กลางทาง ปล่อยให้ตายอย่างน่าเวทนา

วงจรปิดเผยภาพตำรวจหิ้วคุณยายหนีไฟไหม้ ก่อนทิ้งไว้กลางทาง ปล่อยให้ตายอย่างน่าเวทนากลางกลุ่มควัน ด้านลูกสาวสุดเศร้า เผยพวกเธออาจปลอดภัยกว่าถ้าไม่ต้องออกจากห้อง
วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 เว็บไซต์เดลี่เมล รายงานว่า ครอบครัวของหญิงชรารายหนึ่งที่เสียชีวิตในเหตุเพลิงไหม้อาคารอยู่อาศัย ภายในย่านร็อคอะเวย์บีช นครนิวยอร์ก สหรัฐฯ ได้ยื่นเรื่องฟ้องร้องหน่วยงานกรมตำรวจนิวยอร์ก (NYPD) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 นาย หลังพบว่าเจ้าหน้าที่กลุ่มนี้พยายามจะอุ้มหญิงชรารายดังกล่าวออกมาตามโถงทางเดินที่เต็มไปด้วยกลุ่มควัน ก่อนจะทิ้งหญิงชราไว้กลางทาง ท่ามกลางควันหนา ส่งผลให้เธอเสียชีวิตใน

เวลาต่อมา
โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 มกราคม ที่ผ่านมา หลังจากที่ได้รับแจ้งเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจก็รีบรุดมายังอาคารดังกล่าว และพบว่าต้นเพลิงอยู่ที่ชั้น 11 ของอาคาร พวกเขาจึงขึ้นไปสั่งผู้ที่อยู่อาศัยในอพาร์ตเมนต์แห่งนี้ให้รีบอพยพออกไปในทันที โดยยังได้ขึ้นไปยังชั้น 12 ของอาคารเพื่อทำการอพยพผู้คนออกมาเช่นกัน

ระหว่างนั้นเองที่ เจ้าหน้าที่ ทิโมธี โบรวาคอส บุกเข้าไปในห้องที่ เอธิล เดวิส วัย 91 ปี กับลูกสาวของเธออาศัยอยู่ เขาไม่ฟังคำทัดทานจากทั้งคู่ที่ร้องขอจะอยู่ในห้อง แถมยังบังคับอุ้มตัวของเอธิลออกมายังโถงทางเดินที่เต็มไปด้วยกลุ่มควันหนา ควันดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่ ทิโมธี เริ่มจะทนไม่ไหว แต่แล้วก็มีเจ้าหน้าที่อีก 2 ราย เข้ามาช่วยเหลือ โดยพวกเขาทั้ง 3 คนช่วยกันแบกหญิงชรามาปล่อยไว้ที่นอกประตูทางหนีไฟของชั้นดังกล่าว ก่อนที่ทั้ง 3 คนจะรีบวิ่งลงบันไดไปยังด้านล่างของอาคาร

เอธิลถูกทิ้งให้อยู่ท่ามกลางกลุ่มควันนานถึง 5 นาทีเต็ม ๆ กว่าดับเพลิงจะช่วยเหลือนำเธอส่งโรงพยาบาล และน่าเศร้าที่เธอเสียชีวิตในเช้าวันต่อมา ด้วยสาเหตุจากการสูดดมควันเข้าไป

จากสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ทางครอบครัวตัดสินใจดำเนินคดีทางกฎหมายต่อหน่วยงาน และตำรวจทั้ง 3 นายนี้ โดย ปีเตอร์ โทมา ทนายความของผู้เสียหาย ชี้ว่า เป็นความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ ที่เปิดประตูทางหนีไฟระหว่างชั้น 11 และชั้น 12 ทิ้งไว้ ปล่อยให้กลุ่มควันจำนวนมหาศาลไหลทะลักเข้ามายังชั้น 12 ที่ผู้ตายอาศัยอยู่ นอกจากนี้เนื่องจากอาคารดังกล่าวมีโครงสร้างที่ทนต่อไฟ ซึ่งออกแบบมาให้สามารถกักไฟที่เพิ่งเริ่มไหม้ไว้ในพื้นที่เฉพาะได้ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นเลยที่พวกเขาจะต้องอพยพคนออกมาเช่นนั้น

ที่ผ่านมาผู้ตายกับลูกก็เคยเจอกับเหตุไฟไหม้อาคารแห่งนี้มาก่อน พวกเธอรู้ดีกว่าการหลบอยู่ในห้องของตัวเองนั้น ย่อมปลอดภัยกว่าการออกไปยังทางเดินที่เต็มไปด้วยควัน ซึ่งถือเป็นข้อปฏิบัติตามที่หน่วยงานดับเพลิงนิวยอร์ก (FDNY) ได้แนะนำไว้ ดังนั้นเมื่อเจ้าหน้าที่ ทิโมธี สั่งให้พวกเธออพยพ คู่แม่ลูกจึงร้องขอให้ปล่อยพวกเธอไว้ในห้อง
อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ ทิโมธี ปฏิเสธที่จะทำตามนั้น เขาบังคับอุ้มร่างของหญิงชราขึ้นจากเตียง วิ่งออกไปยังโถงทางเดิน จนลูกสาวของเอธิลต้องรีบตามออกไปด้วย แต่เธอก็ต้องช็อกเมื่อพบว่าอีกไม่กี่นาทีต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทิ้งแม่ของเธอไว้ท่ามกลางกลุ่มควันบนชั้น 12 นั้นเอง ซึ่งแม้ว่าเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจะมาถึงในอีกไม่กี่วินาที แต่ด้วยสภาพที่เต็มไปด้วยควันหนา ทำให้พวกเขามองไม่เห็นเอธิลที่นอนหมดสติอยู่บนพื้น และกว่าจะช่วยเหลือได้จริง ๆ เอธิลก็ต้องอยู่ท่ามกลางควันไฟนานถึง 5 นาที

ในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ลูกสาวของเอธิลก็เพิ่งจะได้เห็นคลิปจากกล้องวงจรปิดของอาคาร ซึ่งบันทึกภาพขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 3 นาย กำลังแบกร่างของเอธิลไปตามทางเดิน ซึ่งเธอก็ได้นำมันมาเป็นอีกหนึ่งหลักฐานการฟ้องร้องครั้งนี้

ทนายปีเตอร์ ยังชี้อีกด้วยว่า ความพยายามของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 3 รายที่เข้ามาอพยพคนออกไปนั้น เป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นอย่างสิ้นเชิง นับเป็นความเข้าใจผิดที่น่าเศร้า ทั้งยังขัดต่อหลักปฏิบัติเมื่อเกิดเพลิงไหม้อาคารที่มีความทนไฟ ตามที่กรมตำรวจนิวยอร์ก และหน่วยดับเพลิงนิวยอร์ก ระบุไว้ด้วย

ทางด้านกรมตำรวจนิวยอร์ก ได้เปิดเผยว่าทางหน่วยงานอยู่ระหว่างสอบสวนเรื่องดังกล่าว ขณะที่ทาง แอนดริว ควินน์ ทนายความของสมาคมทหารผ่านศึก มองว่าการร้องเรียนครั้งนี้เป็นเรื่องน่าเศร้า การเป็นตำรวจในทุกวันนี้มันช่างเป็นเรื่องยาก เพราะทั้งที่เจ้าหน้าที่ ทิโมธี เกือบจะนำชีวิตไปทิ้งเพื่อช่วยคนออกจากอาคาร แต่สุดท้ายเขาก็ยังถูกตำหนิ

ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจาก กระปุกดอทคอม